บาคาร่ามือถือ สมัครสมาชิกบาคาร่าออนไลน์มีทีมงานดูแลตลอด 24 ชม.

บาคาร่ามือถือ สมัครสมาชิก ทีมงานดูแลตลอด 24 ชม

เทคโนโลยี.jpg4

“กมธ.ดีอีเอส” หารือ “นาซ่า” พัฒนากิจการอวกาศ เชิญเยือนไทย 25 ม.ค.66

“เศรษฐพงค์” เผย “กมธ.ดีอีเอส” ถก “นาซ่า” หารือแนวทางพัฒนากิจการอวกาศ พร้อมเชิญเยือนไทย 25 ม.ค.ปีหน้า

ลงพื้นที่สำรวจห้องปฏิบัติการ “เวียงป่าเป้า” แลกเปลี่ยนความรู้ทางโทคโนโลยี-วิชาการ นำไปทำแผนสู่อนาคต เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.65 พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กมธ.ดีอีเอส ที่มี น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย เป็นประธานฯ ได้พิจารณาเรื่อง การหารือร่วมเกี่ยวกับการพัฒนากิจการอวกาศของประเทศไทย ระหว่าง กมธ.ดีอีเอสกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซ่า) โดยมีผู้แทนจากนาซ่า 8 ท่าน เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ และยังมีตัวแทนจากบริษัท เทโรสเปซ จำกัด คณะทำงานจัดทำแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศ และผู้แทนจากบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ร่วมประชุม โดยประเด็นหลักๆที่หารือคือเรื่องความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ และการประยุกต์ใช้ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ปัญหาโลกร้อนและการเกิดภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้ทางนาซ่าให้ความสนใจมาก เพราะเป็นผลกระทบต่อทั่วโลก

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงเรื่องการดำเนินการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology Laboratory) ณ วิทยาลัยเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมกับการทำการเกษตร ที่เกษตรกรจะได้ประโยชน์อย่างมากในเรื่องนี้ โดยในวันที่ 25 ม.ค.2566 กมธ.ฯได้เชิญองค์การนาซ่ามาเยือนประเทศไทย ซึ่งจะได้มีการหารือในเรื่องความร่วมมือ เพื่อจะได้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและทางวิชาการต่างๆ และจะพาคณะลงพื้นที่ดูห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology Laboratory) ที่วิทยาลัยเวียงป่าเป้า ซึ่งในเรื่องนี้ทางสถานฑูตสหรัฐอเมริกาก็สนใจที่จะไปด้วย นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงเรื่องการรักษาผ่านระบบทางไกล (Telemedicine) ซี่งมีความสำคัญโดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีโรคระบาด ซึ่งได้รับความสนใจจากทางนาซ่าเป็นอย่างมาก

เทคโนโลยี.jpg4

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่เราได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีอวกาศ ที่วิทยาลัยเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เพราะที่นี่มีความพร้อมและเป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศบ่อย เหมาะสำหรับการศึกษาและวิจัย และยังช่วยลดความเดือดร้อนจากภัยพิบัติให้กับชาวบ้านได้ เราจึงใช้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้น และจะมีการเปิดห้องปฏิบัติการแบบนี้ไปยังทุกภูมิภาคในวันข้างหน้า เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด โดยการเชิญคณะนาซ่ามาในครั้งนี้นั้น เราจะได้ประโยชน์อย่างมากในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะการพัฒนากิจการอวกาศของประเทศไทย ที่ได้มีการตั้งคณะทำงานจัดทำแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศ ซึ่งตรงนี้จะได้นำความรู้ที่ได้จากนาซ่า ไปจัดทำแผนได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

สังคม.jpg4

วันนี้เย็นกว่าเดิม ไทยอุณหภูมิลด 1-4 องศา อีสานหนาวสุด 13 องศา กรุงเทพฯ 19 องศา

กรมอุตุฯ เผยไทยอุณหภูมิลดลง 1-4 องศา อีสานหนาวสุด 13 องศา กรุงเทพฯ 19 องศา

วันที่ 14 ธ.ค.2565 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 13-17 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 27-29 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 18-20 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ตอนบนของภาค อากาศเย็นในตอนเช้า
ตอนล่างของภาค มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

สังคม.jpg4

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

เศรษฐศาสตร์.jpg4

โลกาภิวัตน์…ตายแล้ว!!!

ด้วยเหตุที่มีอุปสรรคชะงักงันบางอย่าง บางประการ…เลยจำต้องเลื่อนส่งต้นฉบับสัปดาห์นี้ จากฉบับวันจันทร์ที่ 12 ธ.ค.มาเป็นวันพุธที่ 14 ธ.ค.กันแทนที่

ซึ่งคงต้องขอประทานโทษ ขออภัย ท่านผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายเอาไว้ ณ ที่นี้ และเพื่อเป็นการเปลี่ยนสีสัน บรรยากาศ จากที่เคยต้องมั่วอยู่กับเรื่องการรบพุ่ง การทำสงคราม การสาดบ้องข้าวหลามยักษ์ใส่กันและกันของบรรดาประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย ในแนวรบแต่ละด้าน… เปิดฉากสัปดาห์นี้…เลยคงต้องขออนุญาตเปลี่ยนไปพูดถึงสงครามที่ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธ ใช้จรวดพิฆาต เครื่องบินโดรน ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรจนหวิดๆอาจต้องงัดอาวุธมหาประลัยอย่างขีปนาวุธนิวเคลียร์ออกมาประหัตประหารซึ่งกันและกันจนได้ แต่สุดท้าย…ก็ก่อให้เกิด “ความเจ็บปวด” ไม่น้อยไปกว่ากันมากมายสักเท่าไหร่ นั่นก็คือ “สงครามการค้า” ระหว่างมหาอำนาจในแต่ละฝ่าย ที่นับวันจะทวีความหนักหน่วงรุนแรง ถึงขั้นที่ทำให้นักธุรกิจ เศรษฐกิจ ที่ต้องเผชิญหน้าอยู่กับแนวรบด้านนี้ อดไม่ได้ที่ต้องออกมาโหยหวน ครวญครางว่า “โลกาภิวัตน์…ตายแล้ว!!!” หรือบรรยากาศแห่งการค้าๆ ขายๆ แบบชนิดใครใคร่ค้า-ค้า ใครใคร่ขาย-ขาย ใครใคร่ย้ายทุน-ย้าย ไปยังประเทศไหน ซีกโลกไหนก็ย่อมได้ ตามแนวคิดแบบ “ตลาดเสรี” หรือ “เศรษฐกิจเสรี” อันเป็นสิ่งที่โลกตะวันตกโดยเฉพาะคุณพ่ออเมริกา เคยเป็นต้นแบบ-แม่แบบมาตั้งแต่แรก อีกทั้งพยายามยัดเยียดให้ใครต่อใครต้องเดินไปในแนวนี้ หรือตามแนวทาง “ทุนนิยมเสรี” แต่มาถึงทุกวันนี้…มันถึงขั้นตายแล้ว เด็ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปแล้ว จริงๆ หรือไม่? อย่างไร?

คือผู้ที่ออกมาพูด ออกมาโหยหวน ครวญครางไปในแนวนี้…ย่อมไม่ใช่แค่นักธุรกิจ เศรษฐกิจธรรมดาๆ อยู่แล้วแน่ๆ แต่เป็นถึงขั้นผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก อย่างบริษัท “TSMC” (Taiwan Semiconductor Manufacturing Corporation) นั่นคือ “นายMorris Chang” ที่ได้เอ่ยคำพูดทำนองนี้ระหว่างงานเปิดตัวโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ ณ เมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซนา อเมริกา เมื่อช่วงวันอังคารที่ผ่านมา (6 ธ.ค.) ด้วยมูลค่าการลงทุนถึง 40,000 ล้านดอลลาร์ ด้วยคำพูดประโยคที่ว่า… “ด้วยเหตุเพราะภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผมเชื่อว่าโลกาภิวัตน์และการค้าเสรีได้ตายไปแล้วโดยส่วนใหญ่ แม้ผู้คนจำนวนมากหวังจะเห็นมันกลับมา แต่สำหรับผมแล้ว…ผมไม่คิดเช่นนั้น!!!”

โดยที่คำพูดเช่นนี้…จะสะท้อน “อารมณ์-ความรู้สึก” ออกมาในแนวไหนต่อแนวไหน คงต้องไปแปลความ ตีความกันเอาเอง แต่การที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์ดังกล่าว จำต้องย้ายฐานการผลิต “ชิป” เข้ามาตั้งมั่นอยู่ในอเมริกา ย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม “เตะตัดขา” มหาอำนาจคู่แข่งของคุณพ่ออเมริกาอย่างพญามังกรจีน ที่มุ่งมาดปรารถนาหวังจะผงาดขึ้นเป็นผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัลภายในทศวรรษนี้ให้จงได้นั่นเอง อันทำให้ “TSMC” ต้องตกอยู่ภายใต้กฎระเบียบและข้อห้ามของรัฐบาลอเมริกัน ที่มุ่งจะเล่นงานการพัฒนาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของจีนในทุกๆ ด้าน หรือถือเป็นการป้องกันกีดกันทางการค้าแบบดื้อๆ ทื่อๆ ที่ไม่เพียงแต่ทำให้สิ่งที่เรียกว่า “การค้าเสรี” แทบไม่มีความหมายใดๆ อีกต่อไปแล้ว แต่ยังถือเป็นการข่มขู่ คุกคาม ต่อการประกอบธุรกิจในระบบ “ทุนนิยมเสรี” ไม่ต่างไปจากการแทรกแซง ปิดล้อม หรือการยุแยงตะแคงรั่ว ให้เกิดการเล่นงานคู่แข่งทางการค้า หรือมหาอำนาจคู่แข่ง ไม่ให้มีวันได้ผุด-ได้เกิด เอาเลยประมาณนั้น…

ดังนั้น…แม้ว่า “รายได้” ของบริษัท “TSMC” อาจต้องลดลงไป เพราะขาดลูกค้ารายสำคัญอย่างจีนไปเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ในเมื่อมันสามารถสนองตอบต่อ “จุดมุ่งหมายทางการเมือง” ของรัฐบาลอเมริกันและรัฐบาล “DPP” ของไต้หวัน ได้อย่างเป็นเนื้อ-เป็นหนัง การใช้แรงกดดัน หรือการเกลี้ยกล่อม โน้มน้าวในรูปแบบใดๆก็แล้วแต่ ให้บริษัทผลิตชิประดับโลกอย่าง “TSMC” ต้องย้ายฐานการลงทุนเข้าไปในอเมริกา ไม่เพียงทำให้มหาอำนาจคู่แข่งอาจต้องประสบความยากลำบากในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตข้างหน้า แต่ยังทำให้ “ธุรกิจห่วงโซ่อุปทาน” ที่เคยเป็นตัวเชื่อมโยงโลกทั้งโลกตามแบบฉบับโลกาภิวัตน์ทั้งหลาย มีอันต้องขาดสะบั้น พังพินาศ ฉิบหายวายวอด หรือ “ตายไปแล้ว” ตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้!!!

อันนี้นี่แหละ…ที่ถือเป็นเหตุให้ “นายMorris Chang” ถึงกล้าออกมาฟันธงว่า “โลกาภิวัตน์…ได้ตายไปแล้ว” หรือทำให้โลกทั้งโลกหนีไม่พ้นต้องกลับมาเผชิญกับอุปสรรคในการค้าๆ-ขายๆ การปกป้อง การกีดกันทางการค้า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป อันเนื่องมาจากผู้ที่เคยเป็นแม่แบบ ต้นแบบ “การค้าเสรี” อย่างคุณพ่ออเมริกา ไม่พึงปรารถนาที่จะให้ใครคนหนึ่ง-คนใดประเทศหนึ่ง-ประเทศใดผงาดขึ้นมาเคียงบ่า-เคียงไหล่ หรือเบียดหลัง-เบียดไหล่ตัวเองได้โดยเด็ดขาด และก็ไม่ใช่แต่เฉพาะมหาอำนาจคู่แข่งอย่างพญามังกรจีนเท่านั้น กระทั่งพันธมิตรที่เคยร่วมเคียงบ่า-เคียงไหล่กันมานาน อย่างบรรดาประเทศยุโรปก็เถอะ ด้วยความเป็น “American First” หรือด้วยความเห็นแก่ “ตัวกู-ของกู” เป็นอันดับแรก การออกกฎหมายเพื่อลดภาวะเงินเฟ้อภายในประเทศตัวเอง หรือที่เรียกว่า “The Inflation Reduction Act” (IRA) ของสภาคองเกรสเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยังทำเอาบรรดาประเทศอียูทั้งหลาย ต่างออกอาการ “อีย้วย” ไปตามๆ กัน เพราะการลดภาษี ให้การอุดหนุนแก่อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสะอาดตามกฎหมายฉบับดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดความได้เปรียบ-เสียเปรียบต่อบรรดาอุตสาหกรรมผลิตรถไฟฟ้า แบตเตอร์รี่ ฯลฯ ถึงขั้นต้องย้ายฐานการลงทุนไปอยู่ที่อเมริกา แทนที่จะยังปักหลักอยู่ในยุโรป ก่อให้เกิดความสูญเสียต่ออุตสาหกรรมในประเทศยุโรป รายละนับเป็นพันๆ ล้านดอลลาร์…

ชนิดแม้แต่ “คุณป้ามหาภัย” “นางUrsula von der Leyen” ประธานสภาบริหารอียู ที่เคยสูดกลิ่นมาดามหอมชื่นใจจากก้นของคุณพ่ออเมริกามาโดยตลอด ยังอดไม่ได้ที่ต้องปลุกปลอบใจสมาชิกอียูด้วยกันเองว่าจะต้องหาทาง “เทค แอคชั่น” ในทางหนึ่ง-ทางใด ต่อกฎหมายฉบับดังกล่าวของมหามิตรอย่างอเมริกาอยู่แล้วแน่ๆ ส่วนจะออก “แอคชั่น” ไปในแนวใดนั้น ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้โดยชัดเจน ขณะที่หนึ่งในคณะกรรมาธิการการค้าสภายุโรป อย่าง “นายBernd Lange” ออกมาสรุปไว้ล่วงหน้าว่า โอกาสที่จะกดดันให้รัฐบาลอเมริกันปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระ ในกฎหมายฉบับนี้ ไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้านั้น เป็นเรื่อง “เสียเวลาโดยใช่เหตุ” มีแต่ต้องเตรียมเสนอเรื่องฟ้องร้องต่อ “องค์การการค้าโลก” หรือ “WTO” น่าจะเข้าท่ากว่า ส่วนเกาหลีใต้พันธมิตรรายสำคัญของคุณพ่ออเมริกาในเอเชีย ที่ได้รับความกระทบ กระเทือนจากกฎหมายฉบับดังกล่าวด้วยเช่นกัน เห็นว่ารัฐมนตรีการค้า “นายDukgeun Ahn” ได้ออกมาเรียกร้องให้อียูและเกาหลีใต้ร่วมมือกัน หาทางนวดทางคลึงคุณพ่ออเมริกากันในแบบไหน? อย่างไร? คงต้องติดตามกันต่อไป…

เศรษฐศาสตร์.jpg4

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ…ด้วยความ “เห็นแก่ตัว” ความไม่ต้องการที่จะเห็นใครต่อใครผงาดขึ้นมาเคียงบ่า-เคียงไหล่ แซงหน้า-แซงหลังตัวกู-ของกูได้โดยเด็ดขาดนี่เอง เลยทำให้สิ่งที่เรียกว่า “การค้าเสรี” หรือ “ทุนนิยมเสรี”

แทบไม่ได้หลงเหลือ “เสรี” ใดๆ อีกต่อไปมีแต่ต้องหันมาห้ำหั่น หันมาช่วงชิงความได้เปรียบ-เสียเปรียบ ระหว่างกันและกัน ไม่น้อยไปกว่าการห้ำหั่นกันด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหลาย หรือทำให้ “โลกาภิวัตน์…ตายแล้ว” อย่างที่ “นายMorris Chang” ท่านว่าเอาไว้จริงๆ นั่นแล และด้วยการหันมาปกป้องผลประโยชน์แห่งตัวกู-ของกูเอาไว้ก่อนเป็นอันดับแรก ย่อมส่งผลให้ “เศรษฐกิจโลก” ที่ออกจะแย่ๆ อยู่แล้ว หรือกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” แทบจะทั้งโลก ย่อมมีแต่ต้องยิ่ง “แย่…กับ…แย่” หนักขึ้นไปใหญ่!!! ธุรกิจห่วงโซ่อุปทานที่เคยเชื่อมโยงโลกทั้งหลายให้เป็นหนึ่งเดียว กำลังขาดสะบั้นพร้อมๆ กับการหันมาเผชิญหน้ากันในทางการเมือง เศรษฐกิจ การทหาร โดยสุดท้ายแล้ว… “กรรมใด-ใครก่อ” ย่อมต้องได้รับผลสนองต่อ “กรรม” นั้นๆ ตามกฎเหล็กแห่งธรรมชาติ หรือกฎอิทัปปัจจยตา อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้…

เพราะความพยายาม “เอาตัวรอด” หรือพยายามลดภาวะเงินเฟ้อของอเมริกาด้วยกรรมวิธีต่างๆ นานา ไม่ว่าด้วยการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแบบใส่เกียร์ 5 ของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือการออกกฎหมาย “IRA” ฯลฯ ก็แล้วแต่ กลับไม่ได้ช่วยให้เกิดความอยู่รอดปลอดภัยต่อเศรษฐกิจอเมริกันมากมายสักเท่าไหร่ โดยอาศัย “ภาพจำลอง” ทางเศรษฐกิจในการวิเคราะห์ของนักเศรษฐศาสตร์ “Bloomberg” คราวล่าสุด ทำให้อดไม่ได้ที่จะต้อง “ฟันธง” เอาไว้ล่วงหน้าว่าภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” ในอเมริกาจะอุบัติขึ้นในปีหน้าไม่เกินเดือนตุลาฯ ปี ค.ศ. 2030 หรืออาจเร็วกว่านั้นถึง 100 เปอร์เซ็นต์เต็มๆ หรือทำให้นักธุรกิจและนักเขียนผู้โด่งดังจากหนังสือเรื่อง “Rich Dad-Poor Dad” ที่มียอดขายทั่วโลกถึง 41 ล้านเล่ม มีผู้แปลออกมาเป็นภาษาต่างๆ ถึง 51 ภาษา อย่าง “นายRobert Kiyosaki” ต้องออกมาเอะอะโวยวาย เตือนบรรดานักลงทุนทั้งหลายว่า “ฟองสบู่ใหญ่ที่สุดของโลก…กำลังจะแตก!!!” ใครที่คิดจะลงทุนใน “ทรัพย์สินกระดาษ” ไม่ว่าหุ้น พันธบัตร หรือตราสาร ฯลฯ ใดๆ ก็แล้วแต่ ให้หันมาลงทุนซื้อทอง ซื้อโลหะมีค่าเก็บไว้น่าจะเหมาะกว่า ด้วยเหตุผลสั้นๆ-ง่ายๆ ประมาณว่า… “ผมไม่ได้คิดจะซื้อทองคำเพราะผมชอบ…แต่เหตุที่ผมซื้อทองเพราะผมไม่เชื่อถือใน FED ต่อไปอีกแล้ว” …

ข่าวกีฬา.jpg4

“เมสซี” ร่ายคาถา พา “อาร์เจนตินา” ยิงถล่ม “โครเอเชีย” ลิ่วรอบชิง “ฟุตบอลโลก 2022”

ฟุตบอลโลก 2022 เหมือยถูกขีดเขียนให้ ลีโอเนล เมสซี เป็นพระเอกซะแล้ว

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2565 ฟุตบอลโลก 2022 รอบรองชนะเลิศ คู่แรก เวลา 02.00 น. ถ่ายทอดสดทาง ทรูโฟร์ยู 24 เป็นเกมที่สนามลูซาอิล ไอคอนิก สเตเดียม “อดีตแชมป์โลก 2 สมัย” ทีมชาติอาร์เจนตินา อันดับ 3 ของโลก พบกับ “รองแชมป์เก่า” ทีมชาติโครเอเชีย อันดับ 12 ของโลก

ในเกมนี้ อาร์เจนตินา ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของ ลีโอเนล เมสซี ในนาทีที่ 34 และได้อีก 2 ประตูจาก ฮูเลียน อัลวาเรซ ในนาทีที่ 39 และ 69 ส่วน โครเอเชีย ที่ทั้งเกมมีโอกาสยิงตรงกรอบแค่ 2 ครั้งเท่านั้นและไม่สามารถทำประตูได้

จบเกม ทีมชาติอาร์เจนตินา เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 3-0 ผ่านเข้าสู่รองชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 ได้สำเร็จ โดยจะเข้าไปรอเจอกับผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส หรือ โมร็อกโก ในวันที่ 18 ธันวาคม เวลา 22.00 น.ที่สนามลูซาอิล ไอคอนิก สเตเดียม ส่วนผู้แพ้จะไปเจอกับ โครเอเชีย ที่สนาม คาลิฟา อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดียม ในวันที่ 17 ธันวาคม เวลา 22.00 น.

ข่าวกีฬา.jpg4

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
อาร์เจนตินา (ระบบ 4-3-1-2) : เอมิเลียโน มาร์ติเนซ (ผู้รักษาประตู) – นาอูเอล โมลินา, คริสเตียน โรเมโร, นิโคลัส โอตาเมนดี, นิโคลัส ตาเกลียฟิโก – เอ็นโซ เฟร์นันเดซ, เลอันโดร ปาเรเดส, อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ – โรดริโก เด ปอล – ลิโอเนล เมสซี (กัปตันทีม), ฮูเลียน อัลวาเรซ โครเอเชีย (ระบบ 4-3-3) : โดมินิค ลิวาโควิช (ผู้รักษาประตู) – โยซิป ยูราโนวิช, เดยัน ลอฟเรน, ยอสโก กวาร์ดิโอล, บอร์นา โซซา – ลูกา โมดริช (กัปตันทีม), มาร์เซโล โบรโซวิช, มาเตโอ โควาชิช – มาริโอ ปาซาลิช, อันเดรจ์ ครามาริช, อิวาน เปริซิช

อ่านข่าวเพิ่มเติม : “ฟุตซอลทีมชาติไทย” ยืนไว้อาลัย 1 นาที ให้กับผู้เสียชีวิต จากเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู

เทคนิค-พนันบอล

เทคนิค พนันบอล

เทคนิค พนันบอล ทางลัดสู่การแทงบอลเพื่อทำกำไร

การใช้ เทคนิค พนันบอล เป็นทางลัดที่จะนำไปสู่การแทงบอลเพื่อทำกำไรได้เป็นอย่างดีและเป็นพื้นฐานสำคัญของ วิธีเล่นพนันบอลเป็นอาชีพ สำหรับการสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะมีความชัดเจนของพื้นฐานในการเดิมพันที่ดีพร้อมไปด้วยเทคนิคในการทำเงินจากการแทงบอลได้ในระดับมืออาชีพ 

เทคนิค-พนันบอล

เทคนิค พนันบอล พื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้การเล่นพนันบอลประสบความสำเร็จ

เทคนิค พนันบอล การแทงพนันบอลเป็นอีกรูปแบบของการเดิมพันที่นักพนันจำนวนมากให้ความสนใจเพราะมีความชัดเจนของมูลค่าเงินรางวัลมหาศาลที่สร้างรายได้ให้กับผู้เดิมพันได้เป็นอย่างดีและถ้าหากมี เทคนิค พนันบอล ที่ดีก็ย่อมเปิดช่องทางสู่การเดิมพันที่นำไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นส่วนสำคัญในการที่จะทำให้นักพนันเล่นพนันบอลประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายและเป็นส่วนหนึ่งของ วิธี เล่นพนันบอลเป็นอาชีพ

สำหรับนักพนันที่มีเป้าหมายของการลงทุนแทงบอล พนันบอลออนไลน์ มือถือ เพื่อสร้างรายได้ในทุกๆวัน ซึ่งนั่นหมายถึงการวางแผนสำหรับการเล่นพนันบอลเพื่อทำกำไรให้เกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่กับระบบการเดิมพันที่มีคุณภาพซึ่งต้องเลือกแหล่งของการลงทุนที่เชื่อถือได้ ดังนั้นเทคนิคสำหรับการเล่นพนันบอล นั้นจึงต้องมีการเรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลาซึ่งเทคนิคสำคัญที่เป็นพื้นฐานของการเล่นพนันบอลคือการที่จะต้องมีสติและความรอบคอบสำหรับการลงทุนแทงบอลในรูปแบบของเกมที่ทำเงินได้อย่างดีที่สุดโดยมีพื้นฐานจากการตัดสินใจอย่างระมัดระวังในการใช้ทุนและวางเดิมพันกับเกมการแข่งขันที่ได้ทำการวิเคราะห์อย่างรอบคอบทุกครั้งจากข้อมูลรอบด้านที่เกี่ยวข้องกับเกมการแข่งขัน

พนันบอลออนไลน์-มือถือ

เทคนิค ที่ต้องเรียนรู้สำหรับนักพนันทุกคนในการที่จะเป็นพื้นฐานในการแทงบอลคือการที่จะต้องรู้ราคาบอลรู้ราคาค่าน้ำ

เทคนิค พนันบอล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนเพื่อที่จะวางแผนได้อย่างรัดกุมสำหรับการลงทุนในการแทงบอลประเภทต่างๆ และต้องทำความเข้าใจกติกาในการเดิมพัน กับการแทงบอลในแต่ละประเภทซึ่งมีความแตกต่างกันในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการแทงบอลเดี่ยว แทงบอลสเต็ป แทงบอลคู่คี่ แทงบอล 1 x 2 เป็นต้น ซึ่งพื้นฐานของการแทงบอลแต่ละประเภทนั้นล้วนมีความเกี่ยวพันกับราคาบอลและอัตราราคาต่อรองทั้งสิ้นซึ่งถ้าหากนักพนันทำความเข้าใจในรูปแบบของอัตราราคาต่อรองก็สามารถที่จะเลือกราคาที่ดีที่สุดกับการวิเคราะห์ข้อมูลของคู่บอลที่เลือกวางเดิมพัน

การแทงบอลในรูปแบบที่สามารถทำกำไรได้ดีที่สุด เว็บแทงบอล ออนไลน์ การเรียนรู้ เทคนิค พนันบอล เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างโอกาสของการทำกำไรจากการเล่นพนันบอลได้เป็นอย่างดีจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่นักพนันทุกคนที่มีเป้าหมายในการแทงบอลที่ชัดเจนจำเป็นต้องมีการพัฒนาทักษะการเดิมพันของตนเองโดยการฝึกฝนเทคนิคในการเล่นพนันบอลที่จะนำไปสู่เป้าหมายของการทำกำไร

แหล่งที่มา : mergeconverter.com